Connect with us

Hi, what are you looking for?

บทความบันเทิง

‘ต่อ – มิก’ มาเยือนบ้านเพื่อนและรับภารกิจฉบับนักแสดงใน ‘Friend’s day เพื่อนกันวันนึงส์ EP.9’

‘ต่อ ศุภกร’ และ ‘มิก วนัส’ นักแสดงจากซีรีส์เรื่อง ‘องศาสูญ Absolute Zero’ มาเยือนบ้าน ‘ปิว ธีรภัทร’ ในรายการ ‘FRIEND’S DAY เพื่อนกันวันนึงส์ EP.9’ เปิดใจเรื่องประทับใจและรับภารกิจแบบฉบับนักแสดง!

ช่วงที่ 1: Knock Knock !

ปิว: อุ๊ย มาแล้วเหรอ มาแล้วเหรอจ๊ะ ใครคะ
มิก: มาผิดบ้านครับ
ปิว: ถูกแล้ว ๆ
มิก: เสียงอะไรอะ ได้ยินบ้างมั้ย
ปิว: เพียงแค่มองมุมกลับ
มิก: อุ๊ย เจอแล้ว ใครอะ
ปิว: คนละกลับ มองลงมาเฉย ๆ สวัสดีค่ะ ๆ ตอนนี้ยินดีต้อนรับน้อง ต่อ น้อง มิก ค่า เดี๋ยวให้แนะนำตัวกันสักกรุบนึงดีกว่า ว่าเป็นใคร ชื่ออะไรกันบ้าง
ต่อ: สวัสดีครับ ‘ต่อ ศุภกร’ ครับ
มิก: สวัสดีครับ ‘มิก วนัส’ นะครับ

ปิว: ต้องบอกว่าตามธรรมเนียมแล้ว เวลามาบ้านเพื่อน ก็ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ว่าก็ต้องมีอะไรมาฝากบ้างปะ อยากรู้ว่าวันนี้ทั้ง 2 คน เตรียมอะไรมาฝากบ้าง
ต่อ: ก่อนเลย
มิก: ของมิกเหรอ เอาของรักมาให้ฟังครับ
ปิว: แสดงว่ามันต้องเป็นอะไรที่
มิก: มีเสียง
ทีมงาน: ไม่ให้ดูนะให้ฟังอย่างเดียว
ปิว: เลยเหรอ
มิก: หลับตา
ปิว: ต้องหลับตาด้วยเหรอ คืออะไรอะ
มิก: วันนี้เป็นกล่องเพลงครับ อันนี้เป็นของรักจริง ๆ นะ หมายถึงว่า
ต่อ: ไปขโมยมา
มิก: แปลก ๆ ไม่ใช่ แต่ว่าอันนี้เป็นของที่คุณพ่อซื้อมาจากญี่ปุ่น เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ พอเห็นอะไรแบบนี้เราก็อยากเล่น ช่วงแรก ๆ ตอนเด็ก ๆ พ่อจะห้าม เลยเก็บไว้ เพราะกลัวทำหล่น ทำพัง ทีนี้ ด้วยความที่สิ่งนี้มันอยู่ที่บ้านมาตั้งแต่มิกเด็ก ๆ เลย แบบที่จำไม่ได้ว่าสิ่งนี้มันอยู่ที่บ้านตั้งแต่เมื่อไหร่
ปิว: คือประมาณ 50 ปีที่แล้ว
มิก: ผมเพิ่ง 23 เอง
ปิว: อ๋อ
มิก: นั่นแหละ ผมก็ชอบมาเล่น แล้วพอเวลามาเล่น จะนึกถึงโมเมนต์ตอนเด็ก ๆ ของเรา ซึ่งสิ่งนี้มันเหมือนเป็นสวิตช์ แบบว่าพอเอามาเล่น แล้วเรานึกถึงตอนเด็ก นึกถึงครอบครัว นึกถึงคุณพ่อที่ซื้อมาให้
ปิว: เลิศอะ
มิก: ลองดู หมุนช้า
ปิว: หมุนช้า ๆ สรุปหมุนเหมือนปั่นจักรยานเลยทีนี้
มิก: ตอนเด็กก็เล่นแบบนั้นเหมือนกัน
ปิว: จริงเหรอ
มิก: พ่อถึงไม่ให้เล่นไง
ปิว: มันหมุนยังไง ไม่กล้าเลยอะมันเป็นของรัก หมุนขวาแบบนี้เหรอ แบบนี้เหรอ มันจะมีเสียงตามที่เราหมุนแบบนี้เหรอ
ต่อ: หลับแล้ว
ทีมงาน: ขอบีทเร็วกว่านี้อีกนึงได้มั้ย
ต่อ: หมุนเร็วก็เพราะนะ

ปิว: แล้วมันลิงก์กับเรายังไงตอนนี้ อยากรู้
มิก: คือเวลาเราเจอ มันจะอยู่ในลิ้นชักของพ่อ เราไม่ได้จับบ่อยหรอกพี่ แต่ทุกครั้งที่จับ แล้วเอามาเล่น มัน Recall อะ จะฟีลแบบ เรารู้สึก flashback แล้วเราจะอยู่กับความคิดตัวเองสักพักนึง
ต่อ: ลองเล่นหน่อย จับแล้วไงต่อ
มิก: เอายังไง นั่นแหละ ของฝากวันนี้
ปิว: พี่ต่อล่ะ มีของอะไรเอามาบ้านพี่ปิววันนี้
ต่อ: ของน้องจะเป็นของที่ย้อนกลับไปตอนเด็ก ของผมเป็นของที่สื่อถึงปัจจุบัน สิ่งที่ผมเห็นแล้วจะนึกถึงมากที่สุด ก็คือ
ปิว: ก็คือ
ต่อ: นี่ครับ นาฬิกา ที่ทำไมต้องเป็นนาฬิกานี้ เพราะว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของซีรีส์ องศาสูญ ซีรีส์เรื่องแรกที่ผมได้เป็นตัวหลัก แล้วเป็นเข็มนาฬิกาที่พอเรามองแล้วเราเห็นภาพของตัวละคร องศา ผ่านออกมาจากความรู้สึก จากความทรงจำ จากการที่เราได้ถ่ายทอดออกมา มันทำให้เราคิดถึงตลอด ยิ่งเวลาเที่ยงคืนด้วย ที่ตั้งไว้ ถ้าได้เห็น Teaser หรือว่า Trailer เราจะเห็นเข็มนาฬิกาที่มันย้อนกลับไปที่เลข 0
ปิว: ซึ่งอันนี้เป็นของพี่ต่อเองมั้ย
ต่อ: ครับผม
ปิว: เป็นของพี่ต่อเองเลย
ทีมงาน: เช็กแล้วค่ะ ที่สตูเราไม่มีแบบนี้
ปิว: ต้องเช็กก่อนว่ามีจุ๊บอะไรไปบ้างหรือเปล่า อยากให้เล่านิดนึง เพราะว่า องศาสูญ ได้เดินทางมาสักพักนึงแล้ว ทั้ง 2 คน ก็คือเป็นตัวละครหลักเลยก็ว่าได้สำหรับเรื่องนี้ เล่าเรื่องย่อ ๆ ก็ได้ให้คนอยากติดตาม ความเข้มข้นของ องศาสูญ เป็นยังไงบ้าง
มิก: ถ้าคนชอบเรื่องแบบแฟนตาซีหน่อย เนื้อเรื่องหนัก ๆ ไม่ได้ดูแล้วจะแฮปปี้สักเท่าไหร่ ก็น่าจะเหมาะ โดยเฉพาะแฟนนิยาย ด้วยความที่นิยายเรื่องนี้มีคนอ่านเยอะมาก บอกเลยว่าตรงตามนิยายมาก ๆ เลยครับ
ปิว: ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้มข้น และจริง ๆ ตั้งแต่ Teaser ที่ออกมาแบบ Trailer ก็คือร้องไห้กันฉ่ำ ดราม่ากันฉ่ำ ใครที่ชอบเรื่องหนัก ๆ หน่วง ๆ ก็สามารถไปติดตามกันได้ สำหรับเรื่อง ‘องศาสูญ’

ช่วงที่ 2: หาทำ

ปิว: มาบ้านเพื่อนเราก็ต้องหาอะไรกันทำสักหน่อย กับช่วง หาทำ ค่ะ เมื่อกี้เรามีเกริ่นไปแล้ว สำหรับซีรีส์ที่มันมีความหนักหน่วง มีความดราม่า ไหน ๆ ทั้ง 2 คนก็อยู่กับเรื่องนี้มา ใช้เวลาถ่ายเรื่องนี้มาพักนึง
มิก: ครับ
ปิว: ต้องมี Workshop มั้ยอยากรู้
มิก: มีครับ
ปิว: มี Workshop ซีรีส์อะไรแบบนี้ใช่มั้ย
ต่อ: มีครับ
มิก: ใช่
ปิว: อยากเป็นนักแสดงบ้าง อยากได้ฟีลนักแสดงที่เข้าถึงบทบาท วันนี้เราขอจริงจัง ที่ถามเรื่อง Workshop เพราะพี่ปิวไม่เคย Workshop อยากรู้ว่าถ้าอยากร้องไห้เป็น เลยอยากให้ทั้ง 2 คน ช่วยสอน ช่วยบิลท์หน่อยได้มั้ย ว่าถ้าวันนี้พี่ปิวเป็นตัวละคร 1 ตัว เป็นตัวใหม่ในเรื่อง องศาสูญ อยากให้คน ๆ นี้เป็นคนที่มีปัญหา ทำยังไงให้ร้องไห้ได้ มีเคล็ดลับยังไงเวลาที่เราต้องเข้าฉากแล้วรู้ว่าต้องมีเสียน้ำตา หรือว่าตัวละครตัวนี้ต้องมีร้องไห้แน่เลยพอพูดฉากนี้
มิก: พูดก่อนมั้ย
ต่อ: ก็ ให้มิกก่อนเลย

มิก: โอเคฮะ ส่วนใหญ่มิกจะใช้เทคนิคมาเทียบเคียง กับคนสำคัญในชีวิต แล้วก็หลาย ๆ ซีนที่ใช้เป็นตัวละครจริงเลยด้วย ด้วยความที่พอเราไปถ่ายที่จริง มันจะมี Environment ที่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้น
ปิว: มันส่ง
มิก: ใช่ครับ มันส่งให้ด้วย เทคนิคที่ใช้จริง หลัก ๆ เลยคือ เทียบเคียง แล้วก็ฟังเพลง ใช่
ปิว: พี่ต่อล่ะ
ต่อ: ของผมเหรอ ในช่วงแรกผมใช้การเทียบเคียงเหมือนกัน เทียบเคียงกับเรื่องราวของตัวเอง เพราะว่าตอนแรกเรายังไม่สามารถจูนตัวละครได้ จนพอเราจับจุดได้ เราก็ใช้แค่ตัวละครแล้ว คือตัวละครในเรื่องกับในบท มัน deep มันไม่มีความสุขอยู่แล้ว ผมใช้ตรงนั้นเป็นจุดที่ทำให้ข้างในรู้สึกเศร้าก่อน แล้วผมก็จะใช้ที่เรียกว่า outside in ทำตัวให้เป็นมนุษย์อะครับ สมมติว่าเราจะร้องไห้ การหายใจเราเป็นยังไง เป็นแบบนี้ ตอนแรกอาจจะรู้สึกแปลกครับ แต่ว่า เขาเรียกยังไง หอบหรือเปล่า
ปิว: หายใจเร็วขึ้น
ต่อ: ใช่ พอเราทำไปเรื่อย ๆ คิดเรื่องในหัวไปเรื่อย ๆ ว่าองศาเป็นยังไง แล้วมันจะเริ่มออกมาเรื่อย ๆ
ปิว: ให้จินตนาการกับร่างกายมันเชื่อมกันมากขึ้น
ต่อ: ใช่ครับ เอาภาพในหัวกับร่างกายซิงก์กัน ผมจะใช้ตรงนั้นในการเชื่อมความรู้สึกทั้งหมด แล้วก็ค่อย ๆ ปั้นมันออกมา เราจะไม่เค้นมัน แต่ถ้าจะให้เร็วก็มีอุปกรณ์ด้วยนะพี่
ปิว: เหรอ
ต่อ: ถ้าต้องการเร็ว ๆ
ปิว: มีอุปกรณ์ช่วยด้วยเหรอ
มิก: ก็คือไม้หน้าสามครับพี่
ทีมงาน: ร้องแน่เหรอ
มิก: ร้องเลย

ปิว: นี่คือ หาทำ ที่จริงจังที่สุดตั้งแต่ถ่าย Friend’s Day มา เพราะว่าอยากจะร้องไห้
ทีมงาน: ต้องตั้งชื่อให้พี่ปิวก่อนเลย น้อง องศา น้อง ส่วนศูนย์ พี่ปิวชื่อ เศษหนึ่ง
ปิว: น้องเศษหนึ่ง
ทีมงาน: ชื่อจะเศร้าไปปะ ทำไมฉันเกิดมาต้องชื่อ เศษหนึ่ง
ปิว: มา ตอนนี้ได้ชื่อตัวละครแล้ว เศษหนึ่งพร้อม เริ่มเลย เศษหนึ่งอยากร้องไห้
ต่อ: ร้องได้แล้ว
ปิว: ยัง
มิก: โอเค ต้องถามก่อนว่า คุณเศษหนึ่งสนิทกับใครมากที่สุด
ปิว: เศษหนึ่งสนิทกับ เพื่อนในกลุ่ม
มิก: คอนเน็กกับคุณพ่อคุณแม่มั้ย
ปิว: คอนเน็ก
มิก: เหรอ เต็ม 10 ให้เท่าไหร่
ปิว: 10 เลย
มิก: เหรอ แล้วเพื่อนเท่าไหร่
ปิว: เพื่อนให้ 9
มิก: เจอเลย คุณพ่อคุณแม่อยู่ที่บ้านใช่มั้ย
ปิว: ยังอยู่
มิก: เลี้ยงสัตว์มั้ยครับ
ปิว: ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ แต่ว่าอยากเลี้ยงสัตว์
มิก: โอเค หลับตา นึกถึงคุณพ่อคุณแม่ที่นั่งอยู่ที่บ้าน นั่งดูทีวีท่าไหน พูดคุยกันแบบไหน เขาคุยกับเรายังไง หรือว่าชอบทำอะไรให้เรากิน วันนี้เป็นอีกวันนึงที่เรากลับบ้านไป เราไม่ได้เจอพ่อกับแม่นานแล้ว เราดีใจมากที่จะได้กลับไปหาเขา เข้าบ้านไปแม่เขาบอกว่า เศษหนึ่งลูก วันนี้แม่ทำของโปรดให้กินด้วยนะ ของที่เราชอบไง เศษหนึ่งชอบกินอะไรครับ
ปิว: เศษหนึ่งชอบกินไข่ตุ๋น
มิก: วันนี้มีไข่ตุ๋นจานโตเลย วางอยู่ข้างหน้า เศษหนึ่งค่อย ๆ กินอย่างอร่อยโดยที่มีคุณแม่กับคุณพ่อนั่งมอง เศษหนึ่งกินจนหมด จานนี่เกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่คำเดียว และหลังจากกินข้าวเสร็จ เศษหนึ่งก็ไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวนอน เศษหนึ่งก็กลับไปนอนเหมือนทุกวัน เพื่อจะเตรียมตัวตื่นไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่นอนเต็มอิ่มแล้ว เศษหนึ่งตื่นขึ้นมาจากเสียงนาฬิกาปลุก เพื่อจะเตรียมตัวไปโรงเรียน เศษหนึ่งตื่นขึ้นมาไปล้างหน้าล้างตา แล้วก็เตรียมตัวจะไปทานข้าว ที่คุณแม่ชอบทำให้ในตอนเช้า แต่วันนี้แปลกแฮะ แม่ไม่เรียก โซฟาตัวเดิมที่คุณแม่คุณพ่อเคยนั่งดูทีวี เขาไปไหนกันนะ เศษหนึ่งเดินหาจนทั่วบ้าน ก็ไม่เจอใคร เดินไปห้องอื่น ๆ ทุกห้อง ก็ไม่เจอใครอยู่ดี

จนเดินไปที่หน้าตู้เย็น เศษหนึ่งเห็นจดหมายเล็ก ๆ ฉบับนึง เศษหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปดู จดหมายจากใครกันนะ เศษหนึ่งค่อย ๆ แกะซองจดหมายนั้นช้า ๆ แล้วก็ดึงจดหมายขึ้นมา บนตัวจดหมายเขียนว่า ถึงเศษหนึ่งลูกรัก ใจความในจดหมายเขียนว่า พ่อกับแม่อาจจะไม่อยู่สักพักนะ เศษหนึ่งอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ยลูก แม่จำเป็นต้องไปจริง ๆ พ่อก็เช่นกัน เศษหนึ่งไม่รู้จะทำยังไง จากบ้านที่มีพ่อกับแม่อยู่กันเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก ๆ เลย วันนี้ที่เดิมที่เขาเคยอยู่ก็ไม่อยู่แล้ว เศษหนึ่งไม่รู้จะทำยังไง เอาจดหมายฉบับนั้นมากอด กอดด้วยความคิดถึง ด้วยความกลัว นี่ต้องอยู่คนเดียวจริง ๆ เหรอ ไม่อยากอยู่คนเดียวเลย ชีวิตต่อไปหลังจากนี้จะเป็นยังไงกันนะ ถ้าจะได้พูดกับแม่เป็นครั้งสุดท้าย ได้พูดกับพ่อเป็นครั้งสุดท้าย อยากจะบอกเขาว่าอะไรครับ

ปิว: ไม่ไปได้มั้ย
มิก: แม่จำเป็นจริง ๆ ลูก ดูแลตัวเองนะ แม่จับมือเศษหนึ่งเหมือนที่เคยจับทุก ๆ วัน แม่ไปก่อนนะ ดูแลตัวเองนะลูก นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เศษหนึ่งได้จับมือคุณแม่ เย่
ต่อ: กลับมา ๆ
มิก: กลับมาหรือยัง
ปิว: เศษหนึ่งอ่า
มิก: แสดงว่าเป็นคนคอนเน็กกับคุณพ่อคุณแม่จริง ๆ
ต่อ: พอดีเลยอะ น้ำตามาพอดีเลย
ทีมงาน: พี่ต่อเขาเล็งอยู่นานแล้ว ขอเสียงปรบมือให้พี่ต่อพี่มิกค่า
มิก: ขอบคุณแขกรับเชิญของเรานะครับ
ปิว: ขอบคุณค่า ต่อไปต้องบอกว่าเราจะเข้าสู่ช่วงของการพูดคุยกันบ้างดีกว่า วันนี้เราจะคุยเรื่องการที่มาเป็นพี่ต่อพี่มิก เพราะว่าอยากพูดถึงความสนิทกัน กับช่วง ไม่ใช่เพื่อน ไม่กล้าถามนะแก

ช่วงที่ 3: ไม่ใช่เพื่อน ไม่กล้าถาม

พูดคุยเรื่องผลงานซีรีส์เรื่อง ‘องศาสูญ’ และทำภารกิจการแสดงซีนเรียกน้ำตากับ ‘ต่อ – มิก’ กันไปแล้ว เข้าสู่พาร์ต ไม่ใช่เพื่อน ไม่กล้าถาม ที่จะได้รู้จักเขาทั้งสองผ่านเลนส์ความเป็น ‘เพื่อนสนิท’ ทั้งความประทับใจแรกและสิ่งที่อยากฝากถึงอีกฝ่าย ติดตามวิดีโอสัมภาษณ์แบบเต็ม ๆ ทาง YouTube: PewiiMar

บทความที่เกี่ยวข้อง

Click to comment

You May Also Like

©copyrights 2020 Show No Limit Co., Ltd. All Rights Reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก