Connect with us

Hi, what are you looking for?

Hot Topics

5 เหตุผลชวนดู “HEARTSTOPPER” ซีรีส์เรื่องใหม่จาก Netflix กับความไม่ง่ายของ LGBTQ+ วัยทีน 

    หลังจากออกอากาศไปในวันที่ 22 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา เรียกว่ากระแสตอบรับดีเกินต้าน สำหรับ “HEARTSTOPPER” ซีรีส์สัญชาติอังกฤษเรื่องใหม่จาก Netflix กับความไม่ง่ายของ LGBTQ+ วัยทีน นำแสดงโดย Kit Connor (คิท คอนเนอร์) รับบทนิค เนลสัน หนุ่มรักบี้สุดฮอต และ Joe Locke (โจ ล็อค) รับบทชาร์ลี สปริง หนุ่มน้อยที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์ สร้างจากกราฟิกโนเวล ผลงานของ Alice Oseman (อลิซ โอสแมน) วันนี้ทีมงาน Madan จะพาแฟนๆ มาทำความรู้จักกับซีรีส์เรื่องนี้ให้มากขึ้น ผ่าน 5 เหตุผลชวนดู ที่บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ควรพลาดแน่นอน


5 เหตุผลชวนดู
HEARTSTOPPER

01

“สะท้อนความไม่ความง่ายของ LGBTQ+ วัยทีน”

    สำหรับเรื่องนี้ถูกดำเนินเรื่องโดย ชาร์ลี สปริง หนุ่มเกรด 10 ที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์ (Gay = ผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน) วันหนึ่งชาร์ลีได้มาเจอกับ นิค เนลสัน หนุ่มเกรด 11 จากการถูกจับให้มานั่งข้างกันในกลุ่มคละชั้นเรียน ตอนแรกชาร์ลีคิดว่านิคคงเหมือนกับผู้ชายคนอื่นที่พอรู้ว่าเขาเป็นเกย์ก็จะคอยแกล้ง แต่แล้วนิคก็แตกต่างออกไป จนทำให้ชาร์ลีตกหลุมรัก แต่ก็ต้องซ่อนความรู้สึกเอาไว้ เพราะชาร์ลีคิดว่านิคเป็นเพศที่สเตรท (Straight = บุคคลที่มีแรงดึงดูดทางเพศ ความรู้สึกรัก หรือมีอารมณ์กับเพศตรงข้ามเท่านั้น) ส่วนนิคพอเห็นชาร์ลีวิ่งเร็วในวิชาพละก็เลยชวนชาร์ลีเข้ามาอยู่ในทีมรักบี้ ทำให้ได้มาสนิทกัน และมาสนิทกันมากๆ หลังจากชาร์ลีมาเล่นที่บ้านของนิค ทำให้นิคเริ่มหวั่นไหวกับชาร์ลี จนเกิดเป็นความรู้สึกสงสัยในตัวเอง เพราะทุกครั้งที่นิคใช้เวลาอยู่กับชาร์ลี เขาทั้งอยากจับมือ อยากกอด และอยากจูบ ก็เลยทำการ “ค้นหาตัวตน” ผ่านแบบทดสอบความเป็นเกย์ ในระหว่างนั้นนิคทั้งสับสน และกังวลใจ (Gay crisis = ภาวะที่สับสนไม่แน่ใจในเพศสภาพของตัวเอง) เพราะเขาชอบผู้หญิงมาโดยตลอดจนกระทั่งได้มาเจอกับชาร์ลี แต่เขาก็ไม่อยากปิดกั้นความรู้สึกที่มีต่อชาร์ลี เพราะเขารู้ดีว่ามันเป็นความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน หลังจากรวบรวมความกล้านิคก็สารภาพรักกับชาร์ลี ซึ่งชาร์ลีก็รักนิคเช่นเดียวกัน ทั้งคู่เลยตัดสินใจที่จะคบกัน แต่เป็นการคบกันแบบลับๆ เพราะนิคยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัว ซึ่งในระหว่างนั้นนิคก็พิสูจน์ตัวเองไปด้วยว่าชอบเพศไหนกันแน่ จนสุดท้ายก็มารู้ว่าตัวเองเป็นไบเซ็กชวล (Bisexual = บุคคลที่สามารถมีความรักได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง) เพราะเขายังคงชอบผู้หญิงอยู่ และแน่นอนเขาชอบชาร์ลีมาก 

นอกจากนั้นยังมี ทาร่า โจนส์ และ ดาร์ซี่ เพื่อนรัก หลังจากทั้งคู่รู้ตัวว่าเป็นเลสเบี้ยน (Lesbian = ผู้หญิงที่ชอบผู้หญิงด้วยกัน) และรักกัน ก็ไม่อยากปิดบังเรื่องนี้อีกต่อไป

แอลล์ หลังจากเปิดตัวว่าเป็นทรานเจนเดอร์ (Transgender = บุคคลที่มีเพศภาวะไม่สัมพันธ์กับเพศสภาพของตนเอง) ก็ถูกบูลลี่ เลยตัดสินใจย้ายจากโรงเรียนมัธยมชายทรูแฮมมาเรียนโรงเรียนมัธยมหญิงฮิกส์ เพื่อทำให้ตัวเองสบายใจมากขึ้น เราจะเห็นว่าแต่ละตัวละครต่างมีความไม่ง่ายในชีวิต ทั้ง การค้นหาตัวตน ยอมรับตัวตน และ เปิดเผยตัวตน โดยแต่ละตัวละครก็จะมีเวลาและความพร้อมที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายพวกเขาก็เลือกที่จะซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง แม้ในระหว่างทางอาจมีเพื่อนที่ไม่เห็นด้วย หรือถูกเพื่อนบูลลี่ก็ตาม

02

“สะท้อนความหลากหลายทางเพศและครอบครัว”

    เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พูดถึง ความหลากหลายทางเพศหลากหลายเฉดสีบนสเปกตรัม LGBTQ+ ผ่านหลากหลายตัวละครวัยทีน เมื่อวันหนึ่งพบว่าคนที่เราชอบกับไม่ใช่เพศตรงข้าม เรียกว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากๆ เพราะไม่ได้พูดถึงแค่เกย์เท่านั้น ยังมีการพูดถึงคนที่เป็นไบเซ็กชวล เลสเบี้ยน และทรานเจนเดอร์ สะท้อนให้เห็นว่า ในโลกนี้ไม่ได้มีทางเลือกแค่ 2 ทาง คือคนที่เป็นเกย์กับคนที่ชอบเพศตรงข้ามเท่านั้น นอกจากนั้นเรื่องนี้ยังสะท้อนเรื่องของครอบครัว ที่ปัจจุบันเริ่มมีการยอมรับและเปิดใจให้กับความชอบที่หลากหลายของลูกมากขึ้น โดยไม่ได้มองว่ามันคือความแตกต่าง หรือเป็นสิ่งที่ผิด แต่มองว่ามันเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ และถ้ามันเกิดขึ้นก็พร้อมที่จะเรียนรู้ เปิดใจ เข้าใจ และโอบกอด ทำให้ลูกรู้สึกว่ายังมีคนที่คอยอยู่เคียงข้าง แม้เขาจะมีความชอบแบบไหนก็ตาม

03

“สร้างจากกราฟิกโนเวลยอดฮิต จากประเทศอังกฤษ”

    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันมีซีรีส์ที่สร้างจากนิยายมาแล้วมากมาย “HEARTSTOPPER” ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยซีรีส์เรื่องนี้ จะเป็นซีรีส์จากประเทศอังกฤษ สร้างจากนิยายภาพหรือกราฟิกโนเวลชื่อเดียวกับซีรีส์ แต่งโดย Alice Oseman โดยในนิยายจะสะท้อนเรื่องราวของกลุ่ม LGBTQ+ (LGBTQ+ = กลุ่มที่มีความหลายหลากทางเพศ) วัยทีน ผ่านหลากหลายตัวละคร หลากหลายตัวอักษรของกลุ่ม LGBTQ+ ที่ปกติแล้วในนิยาย LGBTQ+ หนึ่งเรื่องมักไม่ค่อยเห็นตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศที่ถูกใส่ลงไปเรื่องมากนัก โดยส่วนใหญ่จะพูดถึงแค่เกย์ หรือเลสเบี้ยนเท่านั้น แต่เรื่องนี้แตกต่างออกไป มีการพูดถึงไบเซ็กชวล และทรานเจนเดอร์ด้วย ทำให้คนอ่านที่เป็นเพศที่หลากหลายได้เห็นตัวเองในเรื่อง หรือแม้แต่เพศที่สเตรทเอง ก็ทำให้ได้เห็นและรู้จักเพศที่หลากหลายมากขึ้น บอกเลยว่านิยายเรื่องนี้นักเขียนทำออกมาได้ดีมากๆ ทั้งตัวของเนื้อเรื่องและภาพประกอบ มีเอกลักษณ์ แตกต่าง และลงตัวมาก อ่านแล้วสนุก ฟินจิกหมอน ดีต่อใจมากๆ

04

“ความลงตัวของเนื้อเรื่องและนักแสดง”

    เรื่องนี้จะมีทั้งหมด 8 ตอน (ประกอบด้วย Meet, Crush, Kiss, Secret, Friend, Girls, Bully และ Boyfriend) ตอนละ 26-33 นาที โดยแต่ละตอนจะมีความเชื่อมโยงกัน ทำให้เห็นถึงความรักที่สามารถเกิดขึ้นได้โดย ไม่จำกัดเพศ รวมทั้ง มิตรภาพ และ การเติบโต ผ่านบททดสอบต่างๆ บอกเลยว่าองค์ประกอบของเรื่องดีมากๆ ทั้งเนื้อเรื่องที่ดี นักแสดงที่ปังตรงกับคาแรคเตอร์สุดๆ เหมือนหลุดออกมาจากในนิยาย โดยเฉพาะ Kit Connor (คิท คอนเนอร์) รับบทนิค เนลสันหนุ่มรักบี้สุดฮอต และ Joe Locke (โจ ล็อค) รับบทชาร์ลี สปริง หนุ่มน้อยที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์ เรียกว่าตรงกับคาแรคเตอร์ และเคมีของทั้งคู่ฟุ้งกระจาย ลงตัว และเข้ากันสุดๆ

05

“ซีรีส์ใจฟู ความฟินระดับล้าน”

    เรียกว่าเป็นซีรีส์ที่มีครบทุกองค์ประกอบจริงๆ สำหรับ “HEARTSTOPPER” เพราะนอกจากจะสะท้อนความไม่ง่ายของ LGBTQ+ วัยทีนแล้ว ยังเป็นการพูดถึงความรักที่สวยงาม ความรักที่หลากหลาย และความรักที่ไม่จำกัดเพศ ทั้ง ทาร่า โจนส์ และ ดาร์ซี่ คู่รักเลสเบี้ยนที่พัฒนาความสัมพันธ์มาจากเพื่อน เทา ซู และ แอลล์ คู่รักหนุ่มน้อยกับสาวทรานเจนเดอร์ ที่ไม่ค่อยเห็นในซีรีส์ LGBTQ+ หลายๆ เรื่อง นิค เนลสัน และ ชาร์ลี สปริง หนุ่มสุดฮอตร่างใหญ่กับหนุ่มน้อยร่างบางสุดเจ๋ง บอกเลยว่าคู่นี้ฟินใจฟู ตั้งแต่ตอนแรกจนตอนจบ ไม่ว่าจะเป็นการเจอกันครั้งแรกที่ชาร์ลีตกหลุมรักนิคตั้งแต่แรกเจอ การทักทายของนิค การทำปากกาหมึกแตกและคิดว่าคงล้างไม่ออก การใช้เวลาในทีมรักบี้ด้วยกัน การไปเล่นบ้านของกันและกันทุกวันเสาร์ การจูบกันที่ไม่ต่ำกว่าสิบรอบเพื่อพิสูจน์ว่าความรู้สึกที่มีให้กันมันคือเรื่องจริง (ทั้งๆ ที่รู้ใจตัวเองตั้งแต่จูบกันครั้งแรก) การออกเดทของทั้งคู่ และการประกาศว่าเป็นแฟนกัน บอกเลยว่าแต่ละเรื่องราว แต่ละการเดินทางของทั้งคู่ แม้อาจจะไม่ราบรื่นมาก แต่พวกเขาก็พร้อมจะเข้าใจ คอยสนับสนุน และอยู่เคียงข้างกัน ช่างเป็นความรักที่สวยงามจริงๆ


ข้อมูลซีรีส์
HEARTSTOPPER

  • ชื่อเรื่อง : HEARTSTOPPER
  • ประเภท : LGBTQ+
  • ภาษาต้นฉบับ : ภาษาอังกฤษ
  • สร้างจากกราฟิกโนเวล : HEARTSTOPPER
  • ผู้เขียนบท : Alice Oseman
  • ผู้กำกับ : Euros Lyn
  • ผู้ผลิต : Zorana Piggott
  • บริษัทผู้ผลิต : See-Saw Films
  • นำแสดงโดย : Kit Connor, Joe Locke, Yasmin Finney, Sebastian Croft, William Gao, Corinna Brown, Kizzy Edgell, Cormac Hyde-Corrin, Tobie Donovan and Rhea Norwood
  • จำนวน : 8 ตอน
  • เริ่มออกอากาศ : 22 เมษายน 2565 
  • ช่องทางการรับชม : Netflix
เรื่องย่อ

    เรื่องราวของ ชาลส์ หรือ ชาร์ลี สปริง (Joe Locke) นักเรียนเกรด 10 โรงเรียนมัธยมชายทรูแฮม หนุ่มน้อยที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์ วันหนึ่งชาร์ลีได้มาเจอกับ นิค หรือ นิโคลัส เนลสัน (Kit Connor) หนุ่มเกรด 11 นักกีฬารักบี้สุดฮอต จากการถูกจับให้มานั่งข้างกันในกลุ่มคละชั้นเรียน ตอนแรกชาร์ลีคิดว่านิคคงเหมือนกับผู้ชายคนอื่นที่พอรู้ว่าเขาเป็นเกย์ก็จะคอยแกล้ง แต่แล้วนิคก็แตกต่างออกไป จนทำให้ชาร์ลีตกหลุมรัก แต่ก็ต้องซ่อนความรู้สึกเอาไว้ เพราะชาร์ลีคิดว่านิคเป็นเพศที่สเตรท (Straight = บุคคลที่มีแรงดึงดูดทางเพศ ความรู้สึกรัก หรือมีอารมณ์กับเพศตรงข้ามเท่านั้น) ส่วนนิคพอเห็นชาร์ลีวิ่งเร็วในวิชาพละก็เลยชวนชาร์ลีเข้ามาอยู่ในทีมรักบี้ ทำให้ได้มาสนิทกัน และมาสนิทกันมากๆ หลังจากชาร์ลีมาเล่นที่บ้านของนิค ทำให้นิคเริ่มหวั่นไหวกับชาร์ลี จนเกิดเป็นความรู้สึกสงสัยในตัวเอง เพราะทุกครั้งที่นิคใช้เวลาอยู่กับชาร์ลี เขาทั้งอยากจับมือ อยากกอด และอยากจูบ 

นิคก็เลยทำการ “ค้นหาตัวตน” ผ่านแบบทดสอบความเป็นเกย์ ผลคือรักเพศเดียวกัน 62% นิคกังวลใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ที่ดีกับชาร์ลี วันหนึ่ง แฮร์รี่ กรีน (Cormac Hyde-Corrin) ชวนนิคไปงานวันเกิดของเขา นิคเลยตัดสินใจชวนชาร์ลีไปด้วย ในงานนั้นเขาได้เจอกับ ทาร่า โจนส์ (Corinna Brown) สาวที่นิคเคยแอบชอบ ซึ่งตอนนี้เธอเป็นเลสเบี้ยน (Lesbian = ผู้หญิงที่ชอบผู้หญิงด้วยกัน) และกำลังคบกันกับ ดาร์ซี่ (Kizzy Edgell) นิคเห็นทาร่า โจนส์ และดาร์ซี่จูบกันในงาน ทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ 

จากนั้นก็เดินตามหาชาร์ลี และชวนชาร์ลีมานั่งคุยกันในห้องที่มีพวกเขาแค่สองคน หลังจากคุยกัน ชาร์ลีก็เข้ามาจูบนิค ทำให้นิคมีอาการสับสน และเดินออกไป ก่อนจะเดินกลับมาในห้องแล้วพบว่าชาร์ลีได้กลับบ้านไปแล้ว ชาร์ลีรู้สึกเสียใจที่จูบนิคไปในวันนั้น เพราะเขาจูบกับหนุ่มสเตรท ชาร์ลีกลัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนิคจะไม่เหมือนเดิม ส่วนนิคหลังจากวันต่อมาเขาก็มาหาชาร์ลีที่บ้าน พร้อมกับพูดความในใจทั้งหมด ว่าเขาทั้งสับสน และกังวลใจ (Gay crisis = ภาวะที่สับสนไม่แน่ใจในเพศสภาพของตัวเอง) เพราะเขาชอบผู้หญิงมาโดยตลอดจนกระทั่งได้มาเจอกับชาร์ลี นิคเดินเข้าไปจูบชาร์ลีเพื่อตอกย้ำว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องผิดพลาด เขาต้องการจูบกับชาร์ลีจริงๆ แต่ที่เดินออกมาเพราะเพื่อนมาตาม และที่ไม่ส่งข้อความหาก็เพราะอยากจะคุยต่อหน้า จากนั้นนิคก็ถามชาร์ลีว่าชาร์ลีรู้ตัวตั้งแต่ตอนไหนว่าตัวเองเป็นเกย์ ชาร์ลีบอกว่าเขารู้ตัวตั้งแต่เด็ก จากตัวละครที่ชอบและคนในชีวิตจริงที่เป็นผู้ชายมาโดยตลอด ซึ่งแน่นอนนิคแตกต่างออกไป แต่นิคก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้สึกที่มีต่อชาร์ลีนั้นมากกว่าเพื่อน จากนั้นพวกเขาก็ตัดสินใจคบกันแบบลับๆ ซึ่งชาร์ลีก็เข้าใจ เพราะทุกคนต่างต้องการเวลาด้วยกันทั้งนั้น และชาร์ลีก็พร้อมจะเคียงข้างและสนับสนุนนิคเสมอ

หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำทุกอย่างปกติเหมือนก่อนที่จะจูบกัน ชาร์ลีชวนนิคไปเจอกับกลุ่มเพื่อนของเขา ตอนแรกเพื่อนก็เป็นห่วงชาร์ลี เพราะรู้ว่าชาร์ลีชอบนิค และนิคก็เป็นเพศที่สเตรท กลัวชาร์ลีจะเสียใจที่รักคนที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ซึ่งชาร์ลีก็อธิบายให้เพื่อนฟังว่านิคแตกต่างออกไป จนสุดท้ายเพื่อนก็ยอมเปิดใจ และไปได้ดี จะมีปัญหาก็แต่เพื่อนของนิคที่คิดว่าเกย์กับสเตรทไม่สามารถเป็นเพื่อนกันได้ แต่สุดท้ายนิคกับชาร์ลีก็ไม่ได้สนใจ เพราะแค่พวกเขาเข้าใจกันก็พอ จากนั้นพวกเขาก็ไปเดทกันสองคนด้วยบรรยายกาศหวานชื่น และตะโกนว่าพวกเขารักกันและเป็นแฟนกัน หลังกลับจากทริปเดทนิคก็เดินเข้าไปคุยกับแม่ และบอกกับแม่ว่าตอนนี้กำลังคบกับชาร์ลี นิคบอกกับแม่ว่าเขาเป็นไบเซ็กชวล (Bisexual = บุคคลที่สามารถมีความรักได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง) คือเขายังคงชอบผู้หญิงอยู่ และแน่นอนเขาชอบชาร์ลีมาก ซึ่งแม่ของนิคก็เข้าใจและรับได้ที่นิคกับชาร์ลีเป็นแฟนกัน

ตัวอย่าง
บทความที่เกี่ยวข้อง

Click to comment

You May Also Like

บทความบันเทิง

ถ้าพูดถึงชื่อของ ‘...

บทความบันเทิง

อีกหนึ่งพระเอกที่กำลังมา...

บทความบันเทิง

เรื่องราวซับซ้อนมากขึ้นเ...

©copyrights 2020 Show No Limit Co., Ltd. All Rights Reserved.

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า